วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

การพัฒนาการศึกษาที่ไม่ยั่งยืน : กรณีใครก็ได้มาสอบครูผู้ช่วย

"เราอยากได้คนเก่งมาเป็นครู"  เป็นหนึ่งในประโยคที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ.เสนอเกี่ยวกับการสรรหาบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ในวันที่ 20 มีนาคม 2560

ในมุมมองของข้าพเจ้ามันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ ที่เราจะได้คนเก่งมาเป็นครู
การเปิดรับคนเก่งมาสอบครูผู้ช่วย สำหรับข้าพเจ้าแล้วมันเป็นการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน

หากเปรียบการศึกษาเป็นต้นไม้ การใส่ปุ๋ยเคมี น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่จะทำให้การศึกษาพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกันการเปิดรับสมัครคนเก่งๆเข้ามาในระบบการศึกษาก็จะทำเด็กเราเก่งได้เช่นกัน

ในแนวทางเดียวกัน นักศึกษาที่จบครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ คงเปรียบได้กับน้ำหมักชีวภาพ หรือไม่ก็ปุ๋ยอินทรีย์ ที่มันให้ดอกให้ผลไม่เร็วทันใจ แต่ยั่งยืนไม่ทำให้ดินเสีย ไม่ทำให้ต้นโทรม รักษาสมดุลของธรรมชาติไว้ได้ เพราะนักศึกษาจากคณะเหล่านี้ไม่ได้เรียนแค่วิชาการ  แต่ยังผ่านประสบการณ์ และเทคนิคการประกอบอาชีพครู ที่ไม่ได้มีแค่ตำรา หมักบ่มจนได้ที่จึงได้รับปริญญาออกมา

คงต้องกลับมาย้อนดูว่า การศึกษาไทยต้องการอะไรกันแน่ ต้องการพัฒนาทางด้านวิชาการหรือต้องการพัฒนาด้านอื่นๆ เช่น คุณธรรมจริยธรรม ระเบียบวินัย หรือทักษะกระบวนการทำงาน ถ้าต้องเลือกคนที่จะมาเป็นครู ระหว่างคนที่ตั้งใจเรียนครูผ่านกระบวนการขัดเกลาฝึกฝนวิชาชีพครู กับคนที่ไม่รู้จะทำอาชีพอะไรแล้วก็อยากมาเป็นครู

ถ้าคนเก่งเค้าอยากมาเป็นครู เค้าก็จะต้องไปหาช่องทางมาได้เอง มาสอบครูจนได้

ในเมื่อระบบการคัดเลือกครูยังเป็นดังไม้หลักปักขึ้เลน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ต้องชัดเจนไปเลยว่าต้องเรียนครูมาเท่านั้น คนที่อยากมาเป็นต้องไปเรียนครูมาก่อนจะไปเรียนมาวิธีใดก็ได้ ตัดใจหักดิบรักพี่เสียดายน้อง ถ้ากระทรวงศึกษาธิการเข้มแข็งไม่เกิน 10 ปี อาชีพครูก็มีมาตรฐานได้คนที่ิยากเป็นครูจริงๆมาตั้งแต่ต้น ถ้าเราสร้างวิชาชีพนี้ให้น่าสนใจ เช่น มีรายได้ที่สูง มีสวัสดิการที่จูงใจ มีทุนการศึกษาให้พัฒนาต่อยอด มันก็จะเกิดการแข่งขัน แล้วเราก็จะได้คนที่อยากเป็นครูด้วยคนที่เก่งด้วยเข้ามาระบบเอง

วิชาชีพครูนั้นเป็นวิชาชีพที่ละเอียดอ่อน ต้องทุ่มเท ต้องใส่ใจ ต้องเป็นแบบอย่าง ดังนั้น ครูจึงต่างกับติวเตอร์ ตรงที่ครูไม่ได้ดูแค่เรื่องเนื้อหา ครูต้องดูแลแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับเด็กด้วย ต้องช่วยปรับพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ และอื่นๆอีกมากมาย อาชีพครูจึงต้องการคนที่พร้อมจะมาสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพให้กับสังคม ไม่ได้เพียงแค่คนเก่งเพียงอย่างเดียว

ดังคำกลอนของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ที่ว่า


กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด 
การศึกษาเป็นไปเช่นนั้น
 แต่ออกดอกคราใดงามเด่น
 การศึกษาปลูกปั่นเสร็จแล้วแสนงา


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น