วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561

การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง(Independent Study : IS)

การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
(Independent Study : IS)

ที่มา หลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดให้มีหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ระยะแรกได้จัดให้มีการจักการเรียนการสอนในสาระต่างๆ ได้แก่ สาระทฤษฎีความรู้(TOK) สาระโลกศึกษา(GE) สาระกิจกรรมสร้างสรรค์(CAS) สาระการเขียนเรียงความขั้นสูง(EE) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 ได้เปลี่ยนเป็น  สาระการศึกษาค้นคว้าอิสระ(Independent Study : IS) 

สาระการศึกษาค้นคว้าอิสระ(Independent Study : IS) 
จัดแบ่งเป็นสาระการเรียนรู้ 3 สาระ ประกอบด้วย
1) IS 1 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formation)
เป็นสาระที่มุ่งให้ผู้เรียนกำหนดประเด็นปัญหา ตั้งสมมุติฐานค้นคว้า แสวงหาความรู้และฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้
2) 
IS 2 การสื่อสารและการนำเสนอ
(Communication and Presentation)
เป็นสาระที่มุ่งให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้รับ มาพัฒนาวิธีการถ่ายทอด สื่อสารความหมาย แนวคิด ข้อมูลและองค์ความรู้ ด้วยวิธีการนำเสนอที่เหมาะสม หลากหลายรูปแบบและมีประสิทธิภาพ
3) IS 3 การนำองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม
(Social Service Activity)
เป็นสาระที่มุ่งให้ผู้เรียนนำและประยุกต์องค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติ หรือนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดบริการสาธารณะ
(Public Service)


บันได 5 ขั้นของการพัฒนาผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล
(Five steps for student development)
1.การตั้งคำถาม/สมมติฐาน(Hypothesis Formulation)
เป็นการฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิด สังเกต ตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และสร้างสรรค์ ซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในการตั้งคำถาม(Learning to Question) => IS 1
2.การสืบค้นความรู้และสารสนเทศ(Searching for Information)
เป็นการฝึกแสวงหาความรู้ ข้อมูล และสารสนเทศ จากแหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต หรือจากการฝึกปฏิบัติ ทดลอง เป็นต้น ซึ่งจะส่งเสริมเกิดการเรียนรู้ในการแสวงหาความรู้(Learning to Search) => IS 1
3.การสร้างองค์ความรู้(Knowledge Formation)
เป็นการฝึกให้ผู้เรียนนำความรูและสารสนเทศที่ได้จากการแสวงหาความรู้ มาถกแถลง อภิปราย เพื่อนำไปสู่การสรุปและสร้างองค์ความรู้(Learning to Construct)
4.การสื่อสารและนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ(Effective Communication)
เป็นการฝึกให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้มาสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีทักษะในการสื่อสาร(Learning to Communicate)
5.การบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Public Service)
เป็นการนำความรู้สู่การปฏิบัติ ซึ่งผู้เรียนจะต้องเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การทำประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนรอบตัวตามวุฒิภาวะของผู้เรียนและจะส่งผลให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและบริการสังคม(Learning to Serve)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น